ญี่ปุ่นประกาศขยายการบังคับใช้มาตรการฉุกเฉินควบคุมโควิด-19 เพิ่มเติมในอีก 8 จังหวัด ซึ่งจะทำให้ครอบคลุมประชากร 70% ของทั้งประเทศ หลังยอดผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องทั้งในกรุงโตเกียวและพื้นที่อื่นๆ จนทำให้ระบบโรงพยาบาลเริ่มเผชิญภาวะวิกฤต

กรุงโตเกียวซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 มีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนทุบสถิติ นำมาซึ่งเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับมาตรการรับมือโควิด-19 ของรัฐบาลนายกรัฐมนตรี โยชิฮิเดะ ซูงะ

มาตรการล่าสุดถูกประกาศในขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อรายวันของโตเกียวพุ่งแตะหลัก 5,000 คนเป็นครั้งแรกวันนี้ (5 ส.ค.) และมีคำเตือนจากคณะที่ปรึกษาของโตเกียวว่า ตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า หากการแพร่เชื้อยังไม่ลดลง

ยาสุโตชิ นิชิมูระ รัฐมนตรีเศรษฐกิจญี่ปุ่น เสนอให้มีการบังคับใช้ “มาตรการกึ่งฉุกเฉิน” เพิ่มเติมในอีก 8 จังหวัด โดยแจ้งต่อคณะที่ปรึกษาว่าอัตราการติดเชื้อเพิ่มขึ้นรวดเร็วชนิดที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และโรงพยาบาลกำลังเผชิญสถานการณ์ขั้น “ร้ายแรง”

คณะที่ปรึกษามีมติเห็นชอบกับข้อเสนอนี้ และยังมีบางคนที่เตือนว่า สถานการณ์โควิด-19 ในญี่ปุ่นรุนแรงถึงขั้นที่จะต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน “ทั่วประเทศ” แล้วด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นความเห็นที่สอดคล้องกับสมาคมแพทย์ของญี่ปุ่น

6 จังหวัดของญี่ปุ่นรวมกรุงโตเกียวจะอยู่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินเต็มขั้นไปจนถึงวันที่ 31 ส.ค. ส่วนอีก 5 จังหวัดใช้มาตรการลดหลั่นลงไป ซึ่งเท่ากับว่าตอนนี้มีประชากรญี่ปุ่นราวครึ่งประเทศที่เผชิญข้อจำกัดทางสังคมบางอย่าง

อย่างไรก็ตาม คำสั่งใหม่ที่จะเริ่มมีผลในวันอาทิตย์นี้ (8) จะทำให้มาตรการจำกัดทางสังคมถูกขยายครอบคลุมประชากรเกิน 70%

รัฐบาลญี่ปุ่นอ้างว่าโอลิมปิก “ไม่ใช่สาเหตุ” ที่ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อกลับมาเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าการจัดมหกรรมกีฬาขนาดใหญ่ในช่วงที่มีโรคระบาดเป็นการ “ส่งสารที่ขัดแย้ง” ไปยังประชาชน ซึ่งเบื่อหน่ายการเก็บตัวอยู่บ้านอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

ผู้จัดการแข่งขันโอลิมปิกยืนยันจำนวนผู้ป่วยใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเกมการแข่งขันเพิ่มอีก 31 รายวันนี้ (5) ซึ่งทำให้ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในส่วนของนักกีฬาและเจ้าหน้าที่เพิ่มเป็น 353 คน นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นมา